บริการให้คำปรึกษาแนะนำการติดตั้งนาฬิกา GPS Tracking ฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ปรึกษาได้ค่ะ

บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

คู่มือติดตาม ป้องกันเด็กหาย


                                         คนหายโดยเฉพาะเด็กเล็กเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เนืองๆ จากสถิติจากศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ระบุว่าระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ได้รับแจ้งคนหายทั้งสิ้น 1,631 ราย ติดตามคืนได้ 1,030 ราย

มีทั้งเด็ก เยาวชน แม้กระทั่งผู้สูงอายุ สาเหตุมีได้หลายกรณี ไม่ว่าจะเป็น การหลอกลวงสนทนาทางโทรศัพท์ ทางอินเตอร์เน็ต ติดเกม การลักพาตัว และกรณีโรคสมองเสื่อม

ขณะเดียว กัน ครอบครัวของบุคคลสูญหาย ส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นกระบวนการหาได้อย่างไร และแม้แต่ถึงกระบวนการแจ้งความเสร็จสิ้น ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป

ส่ง ผลให้การติดตามเป็นไปด้วยความล่าช้า และหลายครั้งเลยเถิดไปถึงเหตุการณ์อันน่าสลดใจ

หน่วยงานที่รับผิด ชอบเรื่องการติดตามคนหาย ทั้งจากศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา คณะผู้วิจัยจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงร่วมกันจัดทำ "คู่มือติดตามและป้องกันเด็กสูญหาย"

เพื่อจะเป็นแนวทางในการติดตาม คนหายในลักษณะต่างๆ ช่วยให้การทำงานของตำรวจสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และคนที่ตามหาจะกลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวเร็วตามไปด้วย

พ.ต.อ.ศรา ยุทธ พูลธัญญะ รองผบก.กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ กล่าวว่า ปัญหาคนหายไม่ใช่เรื่องใหม่ของสังคมไทย ตำรวจมีแนวทางการปฏิบัติในคดีคนหายอย่างชัดเจน แต่ปัญหาคือเมื่อมีคดีคนหาย การติดตามจะเกิดขึ้นเพียงในช่วงแรกของที่เกิดคดีขึ้นเท่านั้น เมื่อระยะเวลานานไปความสนใจก็จะลดลงเรื่อยๆ


เมื่อ มีคู่มือเล่มนี้แล้วจะช่วยให้การทำงานของตำรวจรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และมุ่งหวังว่าการทำงานของตำรวจต้องเข้าไปช่วยเหลือเหมือนคนในครอบครัว และคนในสังคมจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเหลือให้เรื่องนี้เป็นจริง

ขณะที่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานมูลนิธิกระจกเงา มองว่า การแก้ปัญหาคนหายที่ดีที่สุด ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรหน่วยงานต่างๆ แต่อยู่ที่ครอบครัวของคนหาย เนื่องจากไม่ว่าตำรวจ หรือหน่วยงานใดตามหา วันหนึ่งก็จะไม่มีแรงจูงใจในการหา และหมดแรงไป

แต่ครอบครัวนอกจากจะ มีแรงจูงใจแล้ว ครอบครัวมีความใกล้ชิดกับคนสูญหาย และมีร่องรอยต่างๆ ที่จะนำไปสู่การพบคนหายได้ คู่มือนี้จึงจะเป็นตัวช่วยให้ครอบครัวสามารถตามหาได้อย่างรวดเร็วที่สุด เนื่องจากจะเป็นตัวเชื่อมโยงตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และครอบครัวคนหายเข้าด้วยกัน

ภายในคู่มือติดตามและป้องกันเด็กสูญ หาย มีรายละเอียดถึงสาเหตุของการหาย หรือพลัดหลงในหลายกรณี คือ การล่อลวง การพลัดหลง และเกิดจากปัญหาส่วนตัว โดยจะมีวิธีการติดตามหาคนหายจากประเภทต่างๆ อย่างละเอียดว่าต้องทำอย่างไร เช่น การติดตามจากการเล่นแช็ตหาเพื่อนคุยทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นสาเหตุการหายของเด็กวัยรุ่นอันดับต้นๆ



โดย คู่มือจะระบุว่า ต้องตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานว่า ต้องสอบถามคนในครอบครัวว่าครั้งสุดท้ายที่พบใส่เสื้อผ้า สี รูปแบบ และชนิดใด เพื่อใช้เป็นจุดสังเกต

รวมถึงหาเบาะแสจากห้องนอนของคนหาย เช่น เสื้อผ้า ทรัพย์สินของมีค่าต่างๆ หากมีการ เตรียมไปด้วย แสดงว่ามีการเตรียมการก่อนออกจากบ้านเป็นอย่างดี และสมุดบันทึก ที่บันทึกเรื่องราวประจำวันของคนหายไว้ หรืออาจจะมีจดหมายที่ทิ้งไว้ให้ครอบครัว โดยทั้งหมดจะเป็นข้อมูลในการตามหา และการสืบหาจากบุคคลแวดล้อม เช่น เพื่อนบ้าน เพื่อนคนหาย หรืออาจารย์ที่โรงเรียน เป็นต้น




การลักพาตัวก็เป็นสาเหตุสำคัญของคน หาย โดยคู่มือระบุถึงลักษณะของเด็กที่เป็นเป้าหมายของแก๊งลักพาตัวว่า จะเป็นเด็กชายหรือหญิงที่มีผิวพรรณดี ดูมีฐานะ โดยการลักพาตัวจะใช้วิธีอุ้มขึ้นรถตู้ หรือใช้วิธีละมุนละม่อม ด้วยการเข้ามาตีสนิท อ้างว่าผู้ปกครองให้มารับแทน หรืออ้างว่าเป็นตำรวจ และกล่าวหาว่าได้ทำผิด และจะนำตัวไปสอบสวน


สำหรับวิธีการติดตามคน หายในกรณีลักพาตัว จะต้องตรวจสอบการแต่งกาย และลักษณะโดยทั่วไปก่อนการหายตัวไป เพื่อง่ายต่อการติดตาม และสอบถามบุคคลแวดล้อม เพื่อให้รู้ว่าที่สุดท้ายที่พบเป็นสถานที่ใดเช่นเพื่อนบ้าน ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นต้น

สุดท้ายคือการเข้าแจ้งความตำรวจ จะต้องเตรียมเอกสารและข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการติดตาม

นอกจากนี้ ในคู่มือยังมีกรณีการหายตัว และวิธีติดตามในลักษณะอื่น เช่น การหายเนื่องจากพลัดหลง ติดเกม หรือสมองเสื่อม

รวมถึงมีคำแนะนำ ก่อนการไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ และข้อมูล หมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวของคนในครอบครัว เช่น โรงพยาบาลที่รักษาบุคคลที่มีความผิดปกติทางประสาท สถานสงเคราะห์ในจังหวัดต่างๆ และสื่อมวลชน เพื่อติดตามหาจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว

สุดท้ายคือข้อแนะนำในการดูแล ลูกหลาน หรือผู้สูงอายุว่าจะต้องทำอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลเหล่านี้หายไปจากบ้าน ก่อนเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าใจ

หากสนใจคู่มือนี้ สามารถติดต่อขอรับได้ฟรีที่ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา หมายเลขโทรศัพท์ 0-2941-4194 ต่อ 104 หรือ 08-1987-0757 

ที่มา :http://www.oknation.net

ป้องกันเด็กหาย!!! เริ่มที่พ่อแม่สอนลูกให้ถูกทาง

ช่วงปิดเทอมอย่างนี้กิจกรรมสุดหรรษาของครอบครัว คือ ออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ สวนสนุก สวนน้ำ เป็นต้น แต่ละที่คนเนืองแน่นจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร อาจทำลูกเกิดพลัดหลงกับพ่อแม่ได้ มาสอนลูกหลานให้รู้จักระมัดระวังตัวเพื่อป้องกันปัญหาเด็กหายกันค่ะ ติดตามอ่าน

โอกาสที่ลูกจะพลัดหลง

ครอบครัวที่มีลูกอยู่ในวัยซนมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพลัดหลงได้  มาดูกันค่ะว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เด็กพลัดหลง

ป้องกันเด็กหาย, เด็กหาย, ลูกหาย

1. วัย

โดยเฉพาะเด็กในช่วงวัย 1 – 6 ปี  เด็กมักจะคิดไม่เหมือนผู้ใหญ่  มักคิดอะไรง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ตามช่วงวัยของเขานั่นเอง เห็นอะไรสวยงามล่อใจก็เดินไปมอง  อาจเผลอปล่อยมือจากคุณพ่อคุณแม่ได้  จึงควรอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด  โดยเฉพาะเด็กเล็กควรจูงมือไว้ตลอดเวลา   ถ้าไม่สามารถสามารถจับมือได้ก็ต้องมองตลอดเวลาอย่าให้คลาดสายตา  แต่ถ้าวัยประมาณ 5-6 ปี  อาจจะบอกหรือสอนได้  แต่ก็ไม่แน่ว่าเจ้าหนูจะทำตามที่บอกหรือไม่  จูงมือกันไว้ปลอดภัยที่สุดค่ะ

2. นิสัย

นอกจากเรื่องวัยแล้ว  ลักษณะนิสัยของเด็กแต่ละคนก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการพลัดหลงหรือเด็กหาย ได้  เช่น  เด็กซนหรือเด็กที่มีสมาธิสั้น มีแนวโน้มจะพลัดหลงได้ง่าย หรือเด็กยิ่งเล็กเท่าไหร่  เขาจะพุ่งตรงไปจุดที่ล่อตาล่อใจ จุดที่เขาสนใจได้ง่าย  ซึ่งลูกจะเดินแยกออกไปหาสิ่งที่เขาสนใจทันที คุณแม่สั่งไว้อย่างไร เชื่อเถอะ ลืมหมด!!! สำหรับเด็กที่เชื่อฟังก็จะลดปัญหาการพลัดหลงไปได้บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระวังเช่นเดียวกัน

ป้องกันเด็กหาย!!! เริ่มที่พ่อแม่สอนลูกให้ถูกทาง

จากรายงานสถิติข้อมูลเด็กหายของมูลนิธิกระจกเงาพบว่า สถิติปี 2558 มีการแจ้งเด็กหายแล้ว 297  คน ขณะที่สถิติปี 2557 มีเด็กหาย  675 คน ปี 2556  มีเด็กอายุต่ำกว่า  18 ปี  หาย 550 คน  โดยมีสาเหตุสำคัญอันดับหนึ่ง คือ
ป้องกันเด็กหาย, เด็กหาย, ลูกหาย
1.หนีออกจากบ้าน เพราะติดเกม
2.ถูกล่อลวงจากการเล่นแชทไลน์  เฟสบุ๊ค
3.พลัดหลง
4.ถูกลักพาตัวเพื่อไปใช้แรงงานขอทาน
เรื่องน่ารู้     ***** สถานที่ที่เด็กหายมากที่สุดคือ “หน้าโรงเรียน” *******
เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบสถิติเช่นนี้แล้ว  ชวนให้ตกใจว่า โอกาสของเด็กหายมันถึงอยู่ใกล้ตัวเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นทางที่ดีควรปลูกฝังลูกหลานให้รู้จักระมัดระวังตัวเพื่อความ ปลอดภัย ดังนี้

10 วิธีปฏิบัติป้องกันปัญหาเด็กหาย

1. คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนให้ลูกจดจำชื่อนามสกุลจริงของตัวเองและของคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ และหมายเลขสำคัญเช่น 191 หรือ 1599 (ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติ) เป็นต้น
2. คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยให้ลูกอยู่บ้านตามลำพัง แต่หากมีความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ต้องสอนให้เด็กรู้จักระมัดระวังตัว และบอกคนแปลกหน้าว่าไม่ได้อยู่คนเดียว และอย่าเปิดประตูบ้านให้คนแปลกหน้าเด็ดขาด
3. ในกรณีที่ลูกเลิกเรียนแล้วแต่ยังอยู่ที่โรงเรียน ต้องกำชับลูกว่าให้อยู่แต่ในโรงเรียน  อย่าออกมายืนรอตามลำพังที่สำคัญให้อยู่ในเขตรั้วโรงเรียนเท่านั้น
4. สอนให้ลูกให้อยู่ห่างจากรถที่มาจอดเทียบใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นรถตู้ รถเก๋ง หรือรถจักรยานยนต์ แม้คนขับจะมีท่าทีว่ารู้จักเด็กมาก่อนก็ตาม ให้เด็กรู้จักวิธีการหลบหลีกโดยเดินไปในที่ที่มีคนพลุกพล่าน หรือไปหาป้อมตำรวจทื่อยู่ใกล้ๆ
5. สอนลูกไม่ให้ไปเล่นในที่เปลี่ยว ที่รกร้าง ที่ลับตาคน แม้ว่าที่นั้นจะเป็นที่ที่คุ้นเคยก็ตาม
6. สอนลูกอย่ารับของจากคนแปลกหน้า เพราะคนร้ายส่วนใหญ่จะอาศัยวิธีการให้ขนมหรือของเพื่อตีสนิท
7. อย่าปล่อยให้ลูกรอในรถโดยลำพัง แม้จะเข้าไปทำธุระเพียงไม่กี่นาทีก็ตาม เพราะคนร้ายอาจใช้ช่วงเวลานี้ลักพาตัวเด็ก หรือขโมยรถแล้วเอาทรัพย์สินในรถไป
8. อย่าปล่อยให้เด็กไปเข้าห้องน้ำสาธารณะตามลำพังเด็ดขาด
9. หากเด็กจำเป็นต้องไปพักแรมควรมีผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิดเสมอ
ตำรวจฝากบอก  :  คุณพ่อคุณแม่ควรปรับข้อมูลของลูกให้ทันสมัยอยู่เสมอ เช่น ภาพถ่ายปัจจุบัน ประวัติทางการแพทย์ รวมถึงข้อมูลการพิมพ์รายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ เพื่อประโยชน์ในการยืนยันตัวบุคคล หากเกิดกรณีที่ลูกหาย จะได้มีข้อมูลในการตามหาตัวเด็กได้

เรื่องน่ารู้

พบเห็นเด็กต้องสงสัยว่าถูกลักพาตัวก็สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแจ้งเด็กหายโดยไม่ต้องรอให้ครบ 24 ชม.
– ได้ที่โทร.1599 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
 ที่มา : http://th.theasianparent.com/

รู้ไว้ไม่ประมาท วิธีป้องกันเด็กหาย การสอนลูกให้ระวังคนแปลกหน้า




           บทความนี้จึงขอเขียนถึง "การสอนลูกให้ระวังคนแปลกหน้า" เรื่องนี้สำคัญมาก พาลูกไปนอกบ้าน ต้องไม่ประมาท และสอนให้ลูกระวังคนแปลกหน
 
 น่ารักจัง ขออุ้มหน่อยได้มั้ย
 
          พ่อแม่ที่ชอบพาลูกออกเที่ยวนอกบ้าน แล้วมักเผชิญกับกรณีคนแปลกหน้าชอบมาเล่น มาหยอก มาขออุ้มลูก เพราะเห็นว่าน่ารัก ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ปฏิเสธได้ ปฏิเสธเลย
 
          1. เพราะเราไม่รู้หรอกว่าคนคนนั้นเค้าไปหยิบจับอะไรมาก่อนหรือไม่ หรือว่าเป็นหวัด เป็นโรคติดต่อทางการหายใจใด ๆ หรือเปล่า อย่าไปติดลูกเกรงใจแบบไทย ๆ เอาน่า เค้าก็แค่เอ็นดูลูกเรา ให้อุ้มนิด ให้กอดหน่อย คงไม่เป็นไร ลูกป่วยขึ้นมา เค้าจะมารับผิดชอบหรือก็เปล่า
 
          2. หลายบ้านไม่ค่อยซีเรียส คนไหนขออุ้มก็ให้อุ้ม ทีนี้พอให้คนอื่นอุ้มลูกเราบ่อย ๆ เด็กจะคุ้นเคย ไม่ค่อยกลัวคนแปลกหน้า พอชวนพาไปไหน อุ้มไปไหนก็ไป ไม่ค่อยร้องหรือกลัว แบบนี้อันตรายค่ะ มีข่าวเด็กหายบ่อย ๆ ก็เพราะเหตุนี้
 
          แล้วถ้ายากจะปฏิเสธล่ะ เช่น เป็นคนรู้จักในละแวก เป็นผู้ใหญ่ ก็ใช้วิธีง่าย ๆ เดินตามไปเลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ ไม่เป็นไรมั้ง เดี๋ยวเค้าก็พากลับมา ตามประกบติดไปเลยค่ะ ลูกเราอย่าปล่อยให้คลาดสายตา เดี๋ยวเค้าก็เขิน ๆ รีบคืนให้เอง
 
อย่าปล่อยลูกอยู่คนเดียว
 
          ลูกผู้เขียนตอนนี้ยังเล็ก กำลังเดินคล่อง พาไปไหนคนชอบบอก ปล่อยให้เค้าเดินไปเถอะ ไม่ต้องตาม ผลคือลูกเกือบหายค่ะ กรณีนี้หลายครอบครัวคงเคยเจอ บางคนพอเห็นป้ายเซลล์แล้วลิงโลด ปล่อยลูกอยู่ในรถเข็นหรือเดินลอยนำหน้าลูกไปก่อนเลย ผลคือลูกหลง หาพ่อแม่ไม่เจอ เดินไปไหนแล้วก็ไม่รู้
 
          บางคนเข้าไปลองเสื้อ แล้วให้ลูกยืนคอยอยู่ด้านหน้า ถ้าลูกเชื่อฟังบ่อยก็ดีไป แต่บางคนพอเห็นสิ่งจูงใจ หรือมีคนมาชวนไปโน่นไปนี่ คราวนี้ล่ะออกมาอีกที หาลูกไม่เจอ ไม่ว่าพาลูกไปไหน อย่าปล่อยให้เค้าคลาดสายตา โดยเฉพาะงานเซลส์ งานช้อปนี่ล่ะตัวดี พ่อแม่ทุกคนต้องฟังไว้
 
 เล่นในบ้านบอลไปก่อนนะ
 
          เดี๋ยวนี้แทบทุกห้างจะมีเพลย์กราวนด์ให้ลูกเสียเงินเข้าไปเล่นเหมือน ๆ กับการฝากลูกไว้ ส่วนพ่อแม่จะนั่งเฝ้าหรือไปเดินเล่นเป็นอิสระ ใกล้เวลาค่อยมารับลูกก็ได้
 
          แต่ช้าก่อน แล้วถ้าเกิดคุณมารับเค้าไม่ทันล่ะ บ้านบอลเค้าไม่ใจดีรับฝากเด็กที่ไม่ใช่ลูกค้าหรอกนะ อันนี้ว่าตามตรง เพราะเค้าติดป้ายเขียนไว้ทุกที่ ปัญหาคือเด็กจะไปไหนล่ะ ส่วนใหญ่ก็เล่นเครื่องเล่นอยู่แถวนั้น หรือบางทีก็วิ่งไปแผนกของเล่น ซึ่งมักจะตั้งอยู่ห่างหน่อย คุณคงไม่สนุกแน่ ๆ ถ้าเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น
 
 ตั้งสติเมื่อลูกหาย
 
          ช้าก่อน อย่าเพิ่งเป็นลม อย่างแรกถ้าตะโกนเรียกได้ ไม่ต้องอาย ตะโกนเลย เด็กวัยนี้คุ้นเสียงพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดอยู่แล้ว เค้าอาจจะงง ๆ เมื่อต้องเผชิญคนเยอะแยะไปหมด แต่พอได้ยินเสียงจะหยุด และถ้าโชคดีเค้าจะเดินตามมายังทิศทางของเสียงได้
 
          ถ้าคุณอยู่คนเดียวก็ทำตามวิธีข้างต้น แต่ถ้าคุณอยู่กันหลายคน นอกจากแยกกันหา ถ้าอยู่ในห้าง ให้ถามพนักงานใกล้ตัวทันทีว่าจะไปประกาศตามหาลูกได้ที่ไหน แต่ถ้าคุณอยู่ข้างนอก สิ่งที่คุณควรทำคือตั้งสติ คิดให้เร็วว่าจุดไหนที่ลูกน่าจะไป ส่วนใหญ่เป็นที่เขาคุ้นเคย เพิ่งเดินมา หรือชอบไป ให้พุ่งตรงไปที่นั่นก่อน
 
 สิ่งสำคัญคือ ...
 
          1. สอนเค้าให้ระมัดระวังคนแปลกหน้าเสมอ ทั้งการรับของ การเดินตาม และให้รู้จักปฏิเสธอย่างเข้มแข็ง 
 
          2. คุณต้องไม่ปล่อยลูกให้อยู่คนเดียว ไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม 
 
          3. สอนเขาแต่เล็ก ถ้าหลงให้ยืนอยู่ที่เดิมเฉย ๆ ร้องไห้ได้ให้ร้อง และจำจดชื่อพ่อแม่ ที่อยู่เบอร์ติดต่อ 
 
          4. กรณีเด็กเล็กให้เขียนเบอร์ติดต่อของคุณไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงคุณทุกครั้ง
 
 ลูกหาย ต้องรีบทำยังไง
 
          หลังค้นหาลูกในสถานที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงจนแน่ใจแล้วว่าคงติดตามได้ ยาก นอกจากแจ้งเจ้าของสถานที่ให้ช่วยติดตามอีกทาง ให้รีบตรงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ ตั้งสติและลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน ถ้าไม่มีรูปถ่ายคนหาย รีบให้ญาติหรือใครนำมาให้ (หรือยุคนี้ก็ส่งทางมือถือ) ขอดูกล้องวิดีโอทุกจุดในบริเวณ และจงเชื่อพลังในอินเตอร์เน็ต รีบแจ้งมูลนิธิต่าง ๆ ที่ให้การช่วยเหลือ เช่น มูลนิธิกระจกเงา บอกต่อแชร์กัน ยุคนี้ข่าวสารรวดเร็ว น้ำใจคนไทยยังงามเสมอค่ะ
 
ข้อมูลจาก  นิตยสารแม่และเด็ก
รูปภาพจาก Internet
 http://www.thainannyclub.com

ตำรวจแนะ 10 ข้อควรทำเพื่อป้องกันเด็กหาย


“จรัมพร” เผยคู่มือป้องกันเด็กหาย จัดทำโปสเตอร์ภาพการ์ตูนข้อแนะนำ 10 ข้อที่ผู้ปกครองควรปฏิบัติ
     
       วันนี้ (24 ก.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม (ผบ.ศบคน.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงกรณีเด็กหายที่มีการแจ้งมายังศูนย์ และช่องทางอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ เพื่อเป็นการป้องกันเด็กหาย ศบคน.ตร. หรือ Missing Person Management Center (MPMC) จึงจัดทำโปสเตอร์ภาพการ์ตูน สาระเพื่อความปลอดภัย เพื่อป้องกันเด็กหาย ให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองในการสอนเด็ก ให้ระมัดระวังตัว ลดช่องว่าง ตัดโอกาส ไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมการลักขโมยเด็กไปทำมิดีมิร้าย โดยจะทำแจกจ่ายตามโรงเรียนต่างๆ ในเร็วๆ นี้
     
       พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวว่า ได้คิดคำแนะนำเป็นคำคล้องจอง ประกอบภาพการ์ตูน 10 ข้อแนะนำดังนี้
     
       1. “สอนให้จดจำ” คือสอนให้เด็กจำชื่อ-สกุลจริงของตัวเอง ชื่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่อยู่หมายเลขโทรศัพท์ สอบให้เด็กสามารถใช้หมายเลขฉุกเฉิน เช่น 191, 1599 ซึ่งเป็นสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
     
       2. “ลำพังไม่ให้อยู่” อย่าทิ้งเด็กอยู่บ้านตามลำพัง หากจำเป็น เลี่ยงไม่ได้ ต้องสอนให้เด็กระมัดระวังตัว ให้แอบดูคนเข้ามาที่บ้าน กำชับห้ามเปิดประตูรับคนแปลกหน้า กำชับห้ามบอกกับใครไม่ว่าการติดต่อทางใด เช่น โทรศัพท์ หรือข้อความในโซเชียล ว่าอยู่บ้านคนเดียว
     
       3. “รู้ทันรถมาเทียบ” บอกเด็กให้อยู่ห่างรถคนแปลกหน้าที่แล่นมาเทียบใกล้ตัว ไม่ว่ารถตู้ รถเก๋ง หรือจักรยานยนต์ แม้คนขับจะทำทีรู้จักมาก่อน และสอนเด็กให้หนีไปอยู่ในที่คนพลุกพล่าน เดินเข้าหาตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไปยังสถานที่ปลอดภัย
     
       4. “ไม่เลียบลัดทางเปลี่ยว” สอนเด็กหลีกเลี่ยงทางเปลี่ยว รกร้าง ลับตาคน มืด แม้เด็กจะคุ้นเคยก็ตาม
     
       5. “ไม่ยุ่งเกี่ยวของฟรี” สอนอย่าให้เด็กรับสิ่งของจากคนแปลกหน้า หรือบุคคลอื่นหากพ่อแม่ผู้ปกครองไม่บอกรับได้ เพราะคนร้ายมักใช้วิธีให้ขนม หรือของเล่นแก่เด็กเพื่อเข้าใกล้ ตีสนิท
     
       6. “แนะสถานที่ใช้ติดต่อ” นัดแนะ บอกวิธีให้เด็กติดต่อ ผู้ปกครองได้ทุกเวลา นัดแนะจุดนัดหมายที่เด็กคุ้นเคย เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านประจำ ป้อมตำรวจ หรือสถานที่ปลอดภัยที่จะให้ผ้ปกครองรับเด็กได้ทันทีหากเด็กรู้สึกอยู่ในภาวะ ที่ไม่น่าไว้วางใจ
     
       7. “อย่าทิ้งรอ ให้รถเฝ้า” อย่าปล่อยเด็กอยู่ตามลำพังในที่สาธารณะ หรือทิ้งในรถเข็นเด็ก รถยนต์ รถเข็นซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต แม้ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม เพราะคนร้ายอาจลักพาทั้งเด็ก รถ ทรัพย์
     
       8. “เข้าห้องน้ำ ตามเป็นเพื่อน” อย่าปล่อยเด็กเล็กเข้าห้องน้ำสาธารณะตามลำพัง แม้เด็กไปด้วยกัน 2 คน ก็ยังไม่ปลอดภัย ผู้ใหญ่ควรไปด้วยและให้เด็กอยู่ในสายตาตลอดเวลา
     
       9. “ไม่ต่างเรือนควรร่วมอยู่” หากเด็กมีกิจกรรมไปเยี่ยมเยือนพบปะผู้คนที่ไม่รู้จัก หรือเสนอขายสินค้าตามอาคารบ้านเรือนต่างๆ ควรมีผู้ใหญ่หรือเพื่อนๆ อยู่ร่วมกิจกรรมตามไปด้วย
     
       10. “ดูข้อมูลให้ทันสมัย” ควรปรับข้อมูลเกี่ยวกับเด็กให้ทันสมัย เช่น ภาพถ่ายปัจจุบัน ประวัติทางการแพทย์ การรักษาฟัน หมายเลขบัตรประจำตัวต่างๆ ควรมีลายพิมพ์นิ้มมือ ดีเอ็เอไว้ด้วยยิ่งดี เพื่อประโยชน์การยืนยันตัวบุคคล หรือพิสูจน์เอกลักษณ์เมื่อจำเป็น
     
       พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางศูนย์ยังเปิดช่องทางการรับและแจ้งข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ เรื่องคนหายเด็กหายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพียงกดถูกใจในเพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์คนหายและศพนิรนาม ศบคน.”
ที่มา http://www.manager.co.th